RoomHolidays.com ข้อมูลท่องเที่ยวในจังหวัด สระบุรี
หน้าแรก RoomHolidays โรงแรมในประเทศ; ตั๋วเครื่องบิน รถเช่า แพ็คเก็จท่องเที่ยว ข้อมูลท่องเที่ยว บล็อก
 
หน้าแรก | ข้อมูลท่องเที่ยว | ข้อมูลจังหวัดสระบุรี | อ.เมือง
เกี่ยวกับจังหวัด
แหล่งท่องเที่ยว
 

แหล่งท่องเที่ยวใน อ.เมือง จังหวัด สระบุรี


อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย

ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตร  เป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทางเดียวกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ยาว 1197 เมตร สร้างขึ้นในปี  พ.ศ. 2537 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย  อยู่บริเวณเขาช่องลิง  รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง  จังหวัดสระบุรี

ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์

คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย  ปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยให้เห็นอยู่  ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ  ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย   นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ  3  เส้นทาง  ได้แก่
     1.เส้นทางเขาแดง ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร 
     2. เส้นทางสามหลั่น - โตนรากไทร  ระยะทาง 3.2  กิโลเมตร
     3. เส้นทางสามหลั่น - ซับปลากั้ง ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร
เส้นทางสุดท้ายนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักค้างแรมได้ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทราบก่อนใช้เส้นทางทุกเส้นทาง

การเดินทาง  อุทยานฯ อยู่บนเส้นทางสายกรุงเทพฯ - สระบุรีทางหลวงหมายเลข 1 ถนนมิตรภาพ  ห่างจากตัวเมืองสระบุรีลงมาทางใต้  16  กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวากลับรถ  ช่วงก่อนถึงกิโลเมตรที่ 102  เข้าทางหลวงหมายเลข 3042  และ 3046 ตามลำดับเป็นถนนลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dnp.go.th


อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย

เดิมชื่อ  อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุม  4  อำเภอ  ได่แก่  อำเภอเมือง แก่งคอย  หนองแค และวิหารแดง  มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร  หรือ 27,856 ไร่  ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 2  มิถุนายน พ.ศ 2524  ในช่วงประมาณเดือน ตุลาคม - มกราคม  เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนอุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่  มีที่ราบในหุบเขา  ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก 329 เมตร  เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบๆ  ตัวเมืองสระบุรี  และอำเภอใกล้คียงได้อย่างชัดเจน  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม  สภาพพื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ  สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า  ไก่ป่า  เก้ง ลิง  หมูป่า และนกชนิดต่างๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก  โพระดก  บั้งรอกใหญ่  รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด

ภายในบริเวณอุทยาน ฯ มีน้ำตกหลายแหล่ง ได้แก่  น้ำตกสามหลั่น  เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันไดซึ่งเป็นทีมาของชื่อน้ำตก  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ  300 เมตร  น้ำตกโพธิ์หินดาษ ห่างจากที่ทำการประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ยๆ  สามารถลงเล่นน้ำได้  บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้างมีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา  และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์ดาดยังไหลไปสู่  น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการ ฯ ประมาณ 400 เมตร  เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง  7 เมตร  สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง   รอบๆแอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้  ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงน้ำตกเหล่านี้  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม  น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมต้นเดือนตุลาคม


ปีนหน้าผา-โรยตัว

ที่วัดพระฉาย อำเภอเมือง เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ที่มีความสูง 35 เมตร เป็นแหล่งปีนหน้าผาแบบโบเดอร์ริ่ง หมายถึง การปีนหน้าผาที่มีความสูงไม่เกิน 5 เมตร โดยไม่ใช้เชือก แต่จะมีเบาะรองรับด้านล่างและมีคู่ปีนทุกครั้งเพื่อคอยช่วยดูและคอยบล็อคด้านหลัง ตั้งอยู่บนภูเขาที่ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาเกือบทุกด้าน ส่วนทางด้านตะวันออกของวัดพระพุทธฉายมีก้อนหินกลมขนาดใหญ่สลับกับป่าโป่ง  และอีกเส้นเป็นจุดปีนแบบใช้เชือกหรือท้อปโรป มีความยาวถึง 40 เมตร แล้วที่บริเวณนี้ยังเป็นจุดโรยตัวชมทิวทัศน์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก และทัศนียภาพของจังหวัดสระบุรีด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท แอดเวนเจอร์ แพลนเน็ต โทร. 0 9164 1791

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน  ห่างจากตัวเมืองจังหวัดประมาณ  28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2167  ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ   " รอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต  หรือเขาสัจจพันธคีรีรอยพระพุทธบาทมีความกว้าง  21 นิ้ว  ยาว 60 นิ้ว  ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม  พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างมณฑปชั่วคราว  ครอบรอยพระพุทธบาทไว้  ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย  และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร.  ที่ก้อนหินขนาดใหญ่  สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร  เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท  ลักษณะของพระมณฑป   เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น  มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว  มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น  มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง  ปิดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม  พุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย   พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน  ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสายซึ่งหมายถึง  บันไดเงิน  บันไดทอง และบันไดแก้ว  ที่ทอดลงจากสวรรค์หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด  เป็นนาค 5 เศียร  บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย  เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ  และพระวิหารต่างๆ   ที่อยู่รายรอบ  ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์  นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท ( วิหารหลวง ) ซึ่งเป็นเก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ  เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม  เครื่องลายครามสังคโลก  เครื่องทองสำริดโบราณ  ศาสตราวุธโบราณ  รอยพระพุทธบาทจำลอง  ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ  และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท  ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง  คือ ขึ้น 8 ค่ำ  เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ

อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ 30 บาท


วัดพระพุทธฉาย

ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ที่ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีการสร้างมณฑปครอบไว้ มีบันไดจากบริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยังมณฑป และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือมณฑปขึ้นไป


นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา ได้แก่ ภาพสัตว์ลายเส้นคล้ายตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย พบภาพมือคน และภาพสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไปทางพระพุทธฉายทางทิศตะวันตก พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์ และบริเวณหน้าผา จปร. พบภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มีอายุเก่าแก่ประมาณ 3,000 ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจในหมู่เดียวกัน และอาจจะเป็นสื่อทางพิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น และยังพบ รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา เมื่อ พ.ศ.2537 กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมมณฑปบนภูเขาบริเวณวัดพระพุทธฉาย และเมื่อรื้อพื้นซีเมนต์พบรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ใต้ทรายปรากฏเห็นเป็นรูปรอยประทับในหิน


ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์

ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางเข้าพระพุทธฉาย ถึงก่อน 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่เลี้ยง และเพาะพันธุ์จระเข้ นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ กวาง ลิง และนกพันธุ์ต่าง ๆ เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2958

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุทิศ

ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก หนึ่งในพระพุทธรูป 4 องค์ ที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานให้แก่ชาวจังหวัดสระบุรี

ปีนผา โรยตัวที่หน้าผาวัดพระฉาย

ที่วัดพระฉาย อำเภอเมือง เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ที่มีความสูง 35 เมตร เป็นแหล่งปีนหน้าผาแบบโบเดอร์ริ่ง หมายถึง การปีนหน้าผาที่มีความสูงไม่เกิน 5 เมตร โดยไม่ใช้เชือก แต่จะมีเบาะรองรับด้านล่างและมีคู่ปีนทุกครั้งเพื่อคอยช่วยดูและคอยบล็อคด้านหลัง ตั้งอยู่บนภูเขาที่ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาเกือบทุกด้าน ส่วนทางด้านตะวันออกของวัดพระพุทธฉายมีก้อนหินกลมขนาดใหญ่สลับกับป่าโป่ง  และอีกเส้นเป็นจุดปีนแบบใช้เชือกหรือท้อปโรป มีความยาวถึง 40 เมตร แล้วที่บริเวณนี้ยังเป็นจุดโรยตัวชมทิวทัศน์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก และทัศนียภาพของจังหวัดสระบุรีด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท แอดเวนเจอร์ แพลนเน็ต โทร. 0 9164 1791

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค และอำเภอวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร หรือ 27,856 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน อุทยานฯ อยู่บนเส้นทางสายกรุงเทพฯ -สระบุรี ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองสระบุรีลงมาทางใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวากลับรถ ช่วงก่อนถึงกิโลเมตรที่ 102 เข้าทางหลวงหมายเลข 3042 และ 3046 ตามลำดับเป็นถนนลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร

อุทยานฯ แห่งนี้ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร สามารถมองเห็นตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่างๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด

ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร น้ำตกโพธิ์หินดาษ ห่างจากที่ทำการประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ยๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง 7 เมตร สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบๆแอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้ ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงระหว่างน้ำตกเหล่านี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม

สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่

จุดชมวิวเขาครก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 329 เมตรเป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบๆ เมืองสระบุรีได้อย่างชัดเจน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม สภาพพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ

อ่างเก็บน้ำเขารวก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก มีความจุประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตร อยู่ระหว่างเขารวก และเขาแดง สร้างเมื่อปี พ.ศ.2523 มีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และประกอบกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เช่น พายเรือคยัค ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น

อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตรเป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทางเดียวกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ยาว 1,197 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2537 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี

อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง)ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองบริเวณเขาแดงเป็นฐานทัพ และใช้เป็นสถานที่กักขังเชลยด้วย ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติแนวบังเกอร์

ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1) เส้นทางเขาแดง ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร 2) เส้นทางสามหลั่น-โตนรากไทร ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร 3) เส้นทางสามหลั่น-ซับปลากั้ง ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร เส้นทางสุดท้ายนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักค้างแรมได้ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯทราบก่อนใช้เส้นทางทุกเส้นทาง

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพัก และเต็นท์ให้เช่า นอกจากนี้ยังมี จักรยาน เรือถีบ และเรือคยัค ให้เช่า

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 3622 4069 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชโทร. 0 2579 7223, 0 2579 5734, 0 2561 4929-4 ต่อ 724, 725 หรือ http://www.dnp.go.th


ศูนย์การทหารม้า

ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ตำบลปากเพรียว จังหวัดสระบุรีได้จัดทำสถานที่ท่องเที่ยวทางทหารขึ้น มีกิจกรรมที่น่าสนในสำหรับนักท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรม ได้แก่ จักรยานเสือภูเขา การไต่เขา และเดินป่า เป็นต้น

สถานที่น่าสนใจภายในศูนย์การทหารม้า

พิพิธภัณฑ์ทหารม้า  เปิดในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-15.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64232

การขี่ม้าเพื่อการท่องเที่ยว  แบ่งเป็นชมการสาธิตการขี่ม้า หลักสูตรขี่ม้าเบื้องต้น การขี่ม้าภายในประเทศ เปิดในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 16.30-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 07.00-09.00 น., 16.00-18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64360

ยานรบในอดีต (รถถังโบราณ) ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและนั่งยานรบในอดีต และนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปโดยนั่งอยู่ในตัวรถถังได้ เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64309

สนามยิงปืนค่ายอดิศร เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0362 3023

กิจกรรมทางทหาร มีให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เดินป่า พักแรม วอล์คแรลลี่ การทดสอบกำลังใจ การไต่หน้าผา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2547

สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-19.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2547

ศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศรมี เปิดให้บริการทุกวัน ขนาด 18 หลุม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64148

สระว่ายน้ำอดิศร  เปิดให้บริการในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 15.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64355

อดิศรยิมเนเซียม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0362 12058-9 ต่อ 64269

 

  room holidays tat license
ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/5265
Home | Booking & Cancellation Policy | Privacy Policy | Partner With Us | About Us  | Contact Us

Roomholidays.com ได้รับการพัฒนา และ บริหาร โดย บริษัท รูม ฮอลิเดย์ส จำกัด.
99/24 หมู่ 4 ชั้น 11 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ คลองเกลือ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
Tel: (02) 964-9951-2, (02) 584-2717, (02) 584-2838
Fax:
(02) 584-2844
E-mail: reservation@roomholidays.co.th
Our Family : HolidayThai.com , HotelsAtEase.com , AirticketsThailand.com , Meedate.com
 
eXTReMe Tracker